การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

1. เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครอง

             การประกันภัยทางทะเล เป็นการประกันความเสียหายแก่ตัวเรือและทรัพย์สินหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง ทางทะเล และยังขยายขอบเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่ง  สินค้าทางอากาศและทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย

    ประเภทของการประกันภัยทางทะเล
  • การประกันภัยตัวเรือ (Hull Insurance) :  คุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุ, เรือเกยตื้น, เรือชนกัน, เรือชนหินโสโครก เป็นต้น และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย

  •     
  • การประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) :   คุ้มครองสินค้าที่เอาประกันภัยซึ่งอยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล ภัยที่ได้รับการคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อความคุ้มครองไว้บุคคลผู้มีสิทธิหรือมีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันภัยทางทะเลได้ ผู้ที่จะเอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ, เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหาย ผู้นั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนเองได้

    บุคคลผู้มีสิทธิหรือมีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันทางทะเลได้

            ผู้ที่เอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ, เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหาย ผู้นั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายทดเเทนให้กับตนเองได้

     เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองในการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

             ในตลาดการประกันภัยทางทะเลและขนส่งประเทศไทย เงื่อนไขความคุ้มครองที่ผู้รับประกันภัยส่วนใหญ่ จัดให้แก่ผู้เอาประกันภัย มักจะยึดถือตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเงื่อนไขความคุ้มครองที่จัดทำขึ้นโดย กลุ่มผู้รับประกันภัย อันได้แก่ The Institute of London Underwriters, the Liverpool Underwriters Association และ Lloyds Underwriters Association

            เงื่อนไขความคุ้มครองที่จัดทำโดยกลุ่มผู้รับประกันภัยดังกล่าวข้างต้น จะขึ้นด้วยคำว่า ‘Institute’ ซึ่งเป็นที่รู้จัก และ ยอมรับกันดีทั่วไป ในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ธนาคาร หรือ ตัวแทนในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในการประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเลโดยทั่วไป มีชุดเงื่อนไขความคุ้มครอง 3 ชุด ที่เป็นที่นิยมกัน ซึ่งได้กำหนดขอบเขตความเสี่ยงภัยที่คุ้มครอง ลดหลั่นลงไปตามลำดับ ดังนี้

      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (A) หรือ ICC (A)
      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (B) หรือ ICC (B)
      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (C) หรือ ICC (C)


เงื่อนไขความคุ้มครองสำหรับสินค้าทั่วไปที่ทำการขนส่งทางทะเล

      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (A)
      • INSTITTUE CARGO CLAUSES (B)
      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (C)


เงื่อนไขความคุ้มครองสำหรับสินค้าทั่วไปที่ทำการขนส่งทางอากาศ

      • INSTITUTE CARGO CLAUSES (AIR)

เงื่อนไขความคุ้มครองสำหรับสินค้าทั่วไปที่ขนส่งทางไปรษณีย์

      • PARCEL POST CLAUSE

เงื่อนไขความคุ้มครองสำหรับสินค้าชนิดพิเศษ

      • INSTITUTE FROZEN FOOD CLAUSES
      • INSTITUTE BULK OIL CLAUSES
      • INSTITUTE NATURAL RUBBER CLAUSES

เงื่อนไขความคุ้มครองเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ

      • INSTITUTE WAR CLAUSES
      • INSTITUTE STRIKES CLAUSES
      • SPECIAL CLAUSE FOR CONCEALED LOSS OR DAMAGE
      • SPECIAL DUTY CLAUSE


ความคุ้มครองข้อกำหนดการประกันภัยวัตถุ Institute Cargo Clause A, B และ C

 



ภัยที่ยกเว้นความคุ้มครองตามเงื่อนไขความคุ้มครองมาตรฐาน Institute Cargo Clauses





แบบความคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด

ความคุ้มครอง

    1. ความเสียหายหรือความสูญเสียโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วนของสินค้าที่เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุภายนอก

    2. ความเสียหายทั่วไป (General Average) ที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย รวมทั้งส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (General Average Contribution) และค่ากู้ภัย (Salvage Charges) ที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชดใช้ตามประเพณีปฏิบัติหรือตามกฎหมาย เว้นแต่ที่มีสาเหตุตกอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นในหมวดที่ 3

ข้อยกเว้น

ข้อ 1. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากหรือสืบเนื่องมาจากสงครามไม่ว่าจะมีการประกาศหรือไม่ สงครามกลางเมือง การ
กบฏ การปฏิวัติ การรัฐประหาร การก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม การจลาจล การแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชนการประกาศกฎอัยการศึกและการใช้อำนาจของรัฐตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ ทุ่นระเบิด ตอร์ปิโด หรืออาวุธสงครามอื่นใด การนัดหยุดงานและการปิดงานงดจ้าง

ข้อ 2. ความเสียหายหรือความสูญสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งเสื่อมสภาพหรือไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรทุกขนส่งได้อย่างปลอดภัยหรือบรรทุกหรือลากจูงเกินขนาดที่ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งนั้นจะสามารถขนส่งได้อย่างปลอดภัยหรือการลากจูงที่ผิดหลักการขนส่งที่ปลอดภัยหรือบรรทุกผิดหลักการจัดระวาง หากผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัยได้รู้ถึงสภาพเช่นว่านั้นในเวลาที่ส่งมอบสินค้าที่เอาประกันภัยให้แก่ผู้ขนส่ง

ข้อ 3. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจาก
        3.1 การเสื่อมสภาพหรือการเปลี่ยนสภาพโดยธรรมชาติของสินค้าที่เอาประกันภัยนั้นเอง
        3.2 การรั่วไหลหรือสึกหรอตามปรกติ การที่น้ำหนักหรือปริมาณสูญหายตามธรรมชาติของสินค้าที่เอาประกันภัย
        3.3 การบรรจุ สภาพหีบห่อ หรือการใช้ภาชนะขนส่งที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ดีพอในการขนส่งซึ่งกระทำโดยผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้
             เอาประกันภัย
        3.4 ความชักช้าในการขนส่งไม่ว่าจะเกิดจาสาเหตุใดๆก็ตาม รวมทั้งค่าเสียหายอันเกิดจากการส่งมอบชักช้า
        3.5 การจงใจกระทำละเมิดของผู้เอาประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัยมีส่วนรู้เห็นในการจงใจกระทำการละเมิดของลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย
             เพื่อทำให้ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หรือสินค้าที่เอาประกันภัยไว้ถูกทำลายหรือเสียหาย

ข้อ 4. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากหรือสืบเนื่องมาจากการแผ่รังสีหรือการแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือจากกากนิวเคลียร์ใดๆ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ การแตกตัวหรือการระเบิดของสารกัมมันตรังสีหรือส่วนประกอบของนิวเคลียร์หรือทรัพย์อันตรายอื่นใดอันอาจเกิดจากการระเบิดของกระบวนการนิวเคลียร์ได้

ข้อ 5. ความเสียหายหรือสูญเสียใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัยในขณะที่ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องหรือมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าทางทะเลหรือกรมธรรม์ประกันภัยฉบับอื่น เว้นแต่ความเสียหายหรือความสูญเสียจะมากกว่าความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับอื่น ความเสียหายหรือความสูญเสียส่วนที่เหลือจะได้รับการพิจารณาความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้

ข้อ 6. ความเสียหายสืบเนื่องทุกชนิด (Consequential Loss) จากความเสียหายหรือความสูญเสียของสินค้าที่เอาประกันภัย เช่น การสูญเสียทางการตลาด การหยุกชะงักของธุรกิจและสายการผลิต การเสียโอกาสในการใช้งานเป็นต้น

แบบระบุภัย

ความคุ้มครอง
การประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้คุ้มครองความเสียหายหรือความสูญเสียโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วนของสินค้าที่เอาประกันภัยอันมีสาเหตุมาจาก

    1. อัคคีภัย การระเบิด หรือฟ้าผ่า

    2. ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งหรือสินค้าที่เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุชนหรือโดนกับยานพาหนะอื่นหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งนอกยานพาหนะ รวมถึงหัวลากและหางลากหรือรถพ่วงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งนั้นเอง

    3. เรือจมหรือเกยตื้น เครื่องบินตก รถไฟตกราง รถรวมหรือหัวลากและหางลากหรือรถพ่วงพลิกคว่ำหรือตกถนนหรือสะพานหรือไหล่ทาง

    4. ภัยเพื่มพิเศษที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

ข้อยกเว้น

ข้อ 1. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากหรือสืบเนื่องมาจากสงครามไม่ว่าจะมีการประกาศหรือไม่ สงครามกลางเมือง การ
กบฏ การปฏิวัติ การรัฐประหาร การก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม การจลาจล การแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชน การประกาศกฎอัยการศึกและการใช้อำนาจของรัฐตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ ทุ่นระเบิด ตอร์ปิโด หรืออาวุธสงครามอื่นใด การนัดหยุดงานและการปิดงานงดจ้าง

ข้อ 2. ความเสียหายหรือความสูญสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งเสื่อมสภาพหรือไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรทุกขนส่งได้อย่างปลอดภัยหรือบรรทุกหรือลากจูงเกินขนาดที่ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งนั้นจะสามารถขนส่งได้อย่างปลอดภัยหรือการลากจูงที่ผิดหลักการขนส่งที่ปลอดภัยหรือบรรทุกผิดหลักการจัดระวาง หากผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัยได้รู้ถึงสภาพเช่นว่านั้นในเวลาที่ส่งมอบสินค้าที่เอาประกันภัยให้แก่ผู้ขนส่ง

ข้อ 3. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจาก
        3.1 การเสื่อมสภาพหรือการเปลี่ยนสภาพโดยธรรมชาติของสินค้าที่เอาประกันภัยนั้นเอง
        3.2 การรั่วไหลหรือสึกหรอตามปรกติ การที่น้ำหนักหรือปริมาณสูญหายตามธรรมชาติของสินค้าที่เอาประกันภัย
        3.3 การบรรจุ สภาพหีบห่อ หรือการใช้ภาชนะขนส่งที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ดีพอในการขนส่งซึ่งกระทำโดยผู้เอาประกันภัยหรือลูกจ้างของผู้
             เอาประกันภัย
        3.4 ความชักช้าในการขนส่งไม่ว่าจะเกิดจาสาเหตุใดๆก็ตาม รวมทั้งค่าเสียหายอันเกิดจากการส่งมอบชักช้า
        3.5 การจงใจกระทำละเมิดของบุคคลใดก็ตาม เพื่อทำให้ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งหรือสินค้าที่เอาประกันภัย ถูกทำลายหรือเสียหาย
        3.6 การลักทรัพย์ การวิ่งราวทรัพย์ การชิงทรัพย์ หรือการปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย ณ จุดเกิดอุบัติเหตุ อันเป็นผลต่อ
             เนื่องจากภัยที่คุ้มครอง

ข้อ 4. ความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ อันมีสาเหตุมาจากหรือสืบเนื่องมาจากการแผ่รังสีหรือการแพร่กัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือจากกากนิวเคลียร์ใดๆ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ การแตกตัวหรือการระเบิดของสารกัมมันตรังสีหรือส่วนประกอบของนิวเคลียร์หรือทรัพย์อันตรายอื่นใดอันอาจเกิดจากการระเบิดของกระบวนการนิวเคลียร์ได้

ข้อ 5. ความเสียหายทั่วไป (General Average) ส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (General Average Contribution) และค่ากู้ภัย (Salvage Charges)

ข้อ 6. ความเสียหายหรือสูญเสียใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัยในขณะที่ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องหรือมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าทางทะเลหรือกรมธรรม์ประกันภัยฉบับอื่น เว้นแต่ความเสียหายหรือความสูญเสียจะมากกว่าความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับอื่น ความเสียหายหรือความสูญเสียส่วนที่เหลือจะได้รับการพิจารณาความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้

ข้อ 7. ความเสียหายสืบเนื่องทุกชนิด (Consequential Loss) จากความเสียหายหรือความสูญเสียของสินค้าที่เอาประกันภัย เช่น การสูญเสียทางการตลาด การหยุกชะงักของธุรกิจและสายการผลิต การเสียโอกาสในการใช้งานเป็นต้น